หลักการดูจิต

หลักการดูจิต

หลักการดูจิต

ดูจิต ยังดูไม่ได้ ต้องมีความรู้สึกตัวขึ้นมาก่อน แต่ความรู้สึกตัวก็จงใจสร้างขึ้นมาไม่ได้อีกเหมือนกัน

ความรู้สึกตัวจะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่จงใจไปสร้างขึ้นมา แต่จะเกิดขึ้นเองเมื่อจิตจดจำสภาวะได้

ก็เมื่อสภาวะนั้นเกิดขึ้น และจิตไปรู้เข้าโดยไม่มีความจงใจ เป็นไปด้วยความเคยชิน (ที่จะรู้กายรู้ใจ)  และเป็นสภาวะที่จิตจดจำลักษระได้แท้จริง ความรู้สึกตัวจริงๆจะเกิดขึ้น (ดังนั้นจึงควรที่จะฝึกกับสภาวธรรมของกายของใจ ที่เห็นได้ง่าย และเกิดขึ้นได้บ่อย)

จุดนี้เป็นเรื่องยากและเรื่องง่ายอยู่ในตัวเองไปพร้อมๆกันเลยทีเดียว

แรกๆที่ฝึก เราฝึกเพื่อสร้างนิสัย ให้กลับมารู้กายรู้ใจ (การรู้กายรู้ใจคือความมีสติ ที่เรียกว่า สติปัฏฐาน)

เมื่อจิตมีนิสัยกลับมารู้กายรู้ใจบ่อยๆเนืองๆ เราก็ฝึกต่อไปเหมือนเดิม แต่เป็นการฝึกเพื่อให้จิตจดจำสภาวะได้

จากนั้น เมื่อจิตจำสภาวะได้ เราก็ฝึกเหมือนเดิมอีก ก็เป็นการฝึกให้จิตตั้งมั่น

หลักการดูจิต

หลักการดูจิต

จิตที่ตั้งมั่น ก็คือ จิตที่มีความรู้สึกตัว คือจิตที่ถึงฐาน คือจิตที่มีสติและสัมปชัญญะ คือจิตที่มีสมาธิที่ควรค่าแก่การงานในพระพุทธศาสนา คือจิตที่พร้อมจะเจริญวิปัสสนา อันเดียวกัน

เมื่อจิตมีความรู้สึกตัวได้บ่อยๆ อาศัยการฟังธรรมเรื่องไตรลักษณ์ จิตจะเริ่มเดินวิปัสสนา (คือ เพื่อให้มีปัญญา) ก็เป็นการทำเหมือนเดิมอีก เพิ่มเรื่องการฟังธรรมในเรื่องไตรลักษณ์เป็นประจำเพิ่มเติม แต่ถ้าแต่แรกฟังเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ไม่ได้เพิ่มเติมอะไร

พึงจำไว้ว่า จิตดีก็ได้ จิตไม่ดีก็ได้ สำคัญอยู่ที่ รู้ ตามความเป็นจริงหรือไม่ รู้แล้วเข้าไปแทรกแซงเปลี่ยนแปลงจิตบังคับจิตหรือไม่

หลักการดูจิต

หลักการดูจิต

ถ้ารู้ตามความเป็นจริงเรื่อยไป ตรงนี้ดี คือ ปฏิบัติดี แต่ถ้ารู้แล้วไปแทรกแซงเปลี่ยนแปลงจิต บังคับจิตให้เป็นไปตามปราถนา ตรงนี้ไม่ดี

แต่ถึงไม่ดีก็ไม่ตัองแก้ แค่รู้ตามความจริงไป เท่านั้น แต่ให้รู้ด้วยว่าการแทรกแซงจิตไม่ใช่ทาง

และไม่ว่าจะรู้ถูก รู้ผิด กิเลสอะไรเกิดขึ้นตามมา ก็รู้ โดยไม่แก้ เพราะ รู้ ตวามความเป็นจริง คือปฏิบัติดี จิตจะดีก็ได้ จิตไม่ดีก็ได้

ถามว่าจิตดีก็ได้ จิตไม่ดีก็ได้ ถ้ารู้ตามความเป็นจริงแล้ว เรียกว่าปฏิบัติดีได้อย่างไร ก็ตอบได้ว่า เพราะเราฝึกเราปฏิบัติ เพื่อให้เกิดปัญญา

สุดยอดของปัญญาในพระพุทธศาสนาคือไตรลักษณ์ เราฝึกจนจิตแสดงไตรลักษณ์ให้ดู ไม่เรียกว่า ดี แล้วจะเรียกว่าอะไร

ประเด็นสำคัญ 

ในเบื้องต้น ความจงใจ ใช้ได้ ให้ใช้กับการฝึกที่จะรู้ ก็คือ จงใจที่จะรู้ แต่อย่าใช้ความจงใจมากๆ หรือรุนแรง ใช้นิดหน่อย เพื่อสร้างนิสัยที่จะกลับมารู้กายรู้ใจ ดังนั้น จงใจรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เป็นกายเป็นใจ (เนื่องกับกายกับใจ ไม่เอา เช่น พื้นร้อนอ่อนแข็ง แต่ให้รู้ที่กายที่ใจแทน เช่น พื้นแข็ง เท้าเจ็บ จิตไม่ชอบใจ รู้สึกทุกข์ รู้ว่าจิตไม่ชอบ รู้ว่าจิตรู้สึกเป็นทุกข์) ที่เห็นได้ง่าย และปรากฎขึ้นบ่อย ดีที่สุด แต่ที่ห้ามขาดเลยก็คือ จงใจสร้างความรู้สึกตัวขึ้นมา เพราะเมื่อใดที่มีการจงใจสร้างความรู้สึกตัวขึ้นมา จิตจะติดจะถูกกักขังอยู่ในภพของนักปฏิบัติ ซึ่งไม่ได้อะไรนอกจากความทุกข์ความทรมาณความอึดอัด และไม่ได้เข้าใกล้มรรคผลนิพพานแม้แต่เพียงกระผีกนิ้วเดียวเลย ด้วยซ้ำไป

หมายเหตุ

  • หลังประกาศ พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ลุงพุฒจะไม่โพสต์เรื่องการเมืองนะครับ แต่จะไปโพสต์เรื่องเล็กเรื่องน้อย เล่าเรื่องที่ได้รู้ได้เห็น มาเป็นอุทาหรณ์สอนใจต่อไป สนุกกว่าเยอะเลยครับ
  • เฟซบุ๊คส่วนตัวบัญชีเดิมของลุงพุฒถูกปิดไป เพราะไปแชร์ข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ในซีเรีย และมีภาพผู้ก่อการร้ายติดไปด้วย ทำให้เฟซบุ๊คมองว่า เป็นผู้สนับสนุนความรุนแรง ก็เลยเปิดเฟซบุ๊คใหม่ขึ้นมา ที่นี่นะครับ https://www.facebook.com/Vacharaphol.Sirivat.Tuek ในชื่อภาษาไทย วัชรพล ศิริวัฒน์ (แต่มีใครก็ไม่ทราบ ไปเปิดเฟซบุ๊คในชื่อนี้ด้วยเหมือนกัน ดังนั้น คลิ้กที่ลิงค์เลยครับ ไม่ต้องไป Search หาในเฟซบุ๊คครับ) หากท่านใดเคยเป็น friend กันมาก่อน ก็รบกวนขอให้ช่วย add friend กันใหม่ นะครับ
  • ลุงพุฒไม่ได้เป็นลูกศิษย์ของหมอดูดังที่มีรายการทางทีวีนะครับ เมื่อวันศุกร์ที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๑ เวลา ๑๗:๐๔ น. มีผู้หญิงโทรศัพท์มาหาลุงพุฒ ว่าเป็นลูกศิษย์ของหมอดูดังที่มีรายการทางทีวี มีชื่อของลุงพุฒ และเบอร์โทรศัพท์ ไปปรากฎอยู่บนเว็บไซต์ของเขา แต่ลุงพุฒถามชื่อเว็บไซต์ไม่ทัน เธอวางหูไปเสียก่อน ไม่งั้นจะเข้าไปดูสักหน่อยแล้วครับ ว่าเขาเข้าใจผิดหรืออย่างไร แต่ถึงกระนั้น ก็ขอประกาศไว้ก่อนตรงนี้เลยนะครับ

ลุงพุฒ
วัชรพล ศิริวัฒน์
http://ณกมล.com
http://พระเจ้าตา.com
https://nakamole.com
๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๑
ภาพจากอินเตอร์เน็ต

เพราะนี่คือ Your real life coach
I’m your real life coach.

Not only be an astrologer,
but also be the efficiency counselor!
ใช่เพียงหมอดูที่แม่นยำ แต่เป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ได้ผล


ลุงพุฒ

ผู้บริหาร ในบริษัท IT ที่พลิกผันชีวิตมาเป็นหมอดู หันหลังให้กับการทำงานเป็นลูกจ้าง เลือกใช้ความรู้ความสามารถที่ตนเองมี สร้างความสำเร็จให้กับชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัว ให้กับทุกๆคน

libero felis dolor sed libero tempus dapibus risus.