สุริยคราส จันทร์ดับ

สุริยคราส จันทร์ดับ

มีคำถามว่า “วันจันทร์ดับ” มันแรงขนาดนั้นเลยหรือ?

ก็ต้องมาทำความเข้าใจครับ วันจันทร์ดับ เปรียบไป ก็เหมือน “ประกายไฟ” ที่กระเด็นออกมา อาจเกิดจากการกระทบกันของโลหะ หรืออาจเกิดจากการขีดไฟจากหัวไม้ขีด หรืออาจเกิดจากการสปาร์คของไฟฟ้าที่วิ่งกระโดดข้ามขั้วไฟฟ้า ก็ได้

ประกายไฟ น่ากลัว หรือไม่น่ากลัว มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวประกายไฟเอง หากแต่มันขึ้นอยู่กับ มันมีเชื้อไฟอยู่หรือไม่ เชื้อไฟนั้นมากแค่ไหน ลุกไหม้ง่ายแค่ไหน ต่างหากล่ะครับ

ในทุกๆเดือน จะมีวันจันทร์ดับเสมอ เพราะจันทร์ดับที่เรียกกันนั้น มันคือ วันที่พระจันทร์ไม่มีแสง แสงซึ่งพระจันทร์สะท้อนจากแสงของพระอาทิตย์มายังโลก ดังนั้น หากเรามองไปยังพระอาทิตย์ แล้วมีพระจันทร์อยู่ในแนวนั้น พระจันทร์จะส่องแสงสะท้อนกลับมายังโลกไม่ได้ จึงมองไม่เห็นแสงจันทร์ ตั้งแต่โบราณมาจึงเรียกว่า เป็น “วันจันทร์ดับ”

วันจันทร์ดับ ไม่จำเป็นต้องเกิดสุริยคราสเสมอ เพราะหากจะเกิดสุริยคราส นอกเหนือจากตำแหน่งของพระจันทร์ที่เป็น Logitude ตามพิกัด Solar Ecliptics ที่จะต้องเท่ากับตำแหน่งของพระอาทิตย์แล้ว ยังต้องมี Latitude ตามพิกัด Solar Ecliptics ที่เท่ากันกับกับตำแหน่งของพระอาทิตย์ด้วย

แต่ในเวลาที่เห็นในดวง ในปฏิทินโหราศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นโหราศาสตร์ค่ายใดก็ตาม ไม่เคยแสดงตำแหน่งของ Latitude เลย ซึ่งในเรื่องนี้ ยังทำให้เห็นว่า ถ้าเราพิจารณา Latitude ด้วย เราจะรู้ความรุนแรงหรือกำลัง ของเหตุการณ์ที่จะเกิดได้ด้วย เพราะทางโหราศาสตร์ก็มองว่า จันทร์ดับที่เป็นสุริยคราส รุนแรงกว่าจันทร์ดับปกติที่มีทุกเดือน นี่เป็นการพูดในทางทฤษฎีนะครับ แต่ในทางปฏิบัติ ไม่จำเป็น เพราะเท่านี้ ก็มากพอที่จะแม่นยำแล้ว

ขอยกตัวอย่าง วันจันทร์ดับ ที่เป็นที่มา ที่ผมพยากรณ์ (ในเวลานั้น คือ ๑๑ ธันวาคม พศ๒๕๖๒ ช่วงนั้น ยังไม่มีใครพยากรณ์เรื่องโรคระบาดและเศรษฐกิจของโลกเลย ไม่ว่าจะเป็นหมอดูที่ไหน ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ว่าจะเกิดโรคระบาดที่เป็นโรคร้าย จากไวรัส ที่จะระบาดไปทั่วโลก และมีผลต่อระบบเศรษฐกิจของโลกด้วย ท่านใดยังไม่เคยอ่าน สามารถหาอ่านได้ที่นี่ครับ https://wwwfacebookcom/nakamole/posts/202823481200067
ที่นำมาให้อ่าน ก็เพื่ออ้างว่า ไม่ได้มามั่วพูดถึงในภายหลังเกิดเหตุการณ์ไปแล้ว ซึ่งเมื่อเกิดแล้ว พูดอธิบายขยายความอย่างไรก็ได้

การจะตัดสินฝีมือของการเป็นหมอดู ต้องดูกันที่ การพยากรณ์ล่วงหน้า ว่ามีความแม่นยำแค่ไหน โดยเฉพาะการพยากรณ์ล่วงหน้ายาวๆ ไม่มีเหตุการณ์เบื้องหน้าแสดงเบาะแสให้คาดเดา

วันนี้ ผมขอนำภาพซึ่งเป็นตำแหน่งดวงดาวบนท้องฟ้า ที่ผมใช้โปรแกรม “ลัคนา” ที่ผมพัฒนาขึ้นมาด้วยตนเอง (ไม่มีใครมาร่วมด้วยในการพัฒนาแต่อย่างใด) นำมาแสดง

หลังจากที่ผมได้รับรู้เรื่องดาวหางบาริซอฟจะเข้าใกล้โลกที่สุดในวันที่ ๒๘ ธันวาคม พศ๒๕๖๒ (อ้างอิง https://enwikipediaorg/wiki/2I/Borisov) และรู้ว่า ใกล้เคียงกับวันสุริยคราส ดังนั้น ผมจึงต้องหาตำแหน่งที่เกิดสุริยคราส (จริงๆเรื่องวันจันทร์ดับ ผมใช้โปรแกรม “ลัคนา” หา และสร้างตารางเก็บเอาไว้ และจริงๆได้หาไว้ล่วงหน้า หลายร้อยปี เพราะผมเขียนโปรแกรมเองได้ ดังนั้น จะเขียนโปรแกรมเพื่อคำนวณหาข้อมูลเหล่านี้ได้ไม่ยาก และรู้ได้ด้วยว่า ณ วัน และ เวลา ที่เกิดจันทร์ดับ ตำแหน่งที่เกิดจันทร์ดับ หรือ สุริยคราส อยู่ที่ตำแหน่งใด กระทบอะไรกับใครบ้าง)

ก็จะกางให้เห็นนะครับ ตามภาพ

จันทร์ดับ (ที่เป็นสุริยคราส) เกิดตรงตำแหน่งของพระพฤหัสบดี แล้วในเวลานั้น บนท้องฟ้ากรุงเทพมหานคร ไปเกิดในขณะที่เป็นจุด “กัมมะ” แต่อยู่ในจุดโชค ในขณะที่ พระราหูก็เล็งดาวพฤหัสบดีเป๊ะๆ เท่านี้ ก็หนักหนาสาหัสแล้ว เกิดเรื่องแน่ๆได้

แต่ที่หนักกว่านั้นก็คือ ดาวหางบอริซอฟ ซึ่งจะเข้าใกล้โลกมากที่สุดในวันที่ ๒๘ ธันวาคม พศ๒๕๖๒ ใกล้เคียงกับวันที่เกิดสุริยคราส ก็อยู่ในตำแหน่งที่กุมพระเกตุ (พระเกตุไทย) ซึ่งเล็งดาวเสาร์อยู่ (และดาวเสาร์ก็อยู่ในตำแหน่งที่ถูกดาวพลูโตกุมอยู่) คำพยากรณ์จึงออกมาเช่นนั้น

และเมื่อเราพิจารณาดาวหางบอริซอฟ เราก็พบว่า เป็นดาวหางที่โคจรมาจากนอกระบบสุริยจักรวาล ไม่ได้เป็นดาวหางที่มาจากแถบไคเปอร์ (และแนวของการเดินทาง หรือการโคจร เกือบตั้งฉากกับระนาบของระบบสุริยจักรวาล) ซึ่งหากเป็นความเห็นของวิทยาการโบราณ ก็จะบอกว่า เป็นการนำวิญญาณจากระบบจักรวาลอื่น มาสู่ระบบสุริยจักรวาลนี้ และ เมื่อเข้าใกล้โลก ในวันที่เกิดสุริยคราส ก็จะเหมือนกับภาพยนตร์หลายๆเรื่อง ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาณปีศาจ ที่บอกว่า เป็นการเปิดประตูนรก เพื่อปลดปล่อยวิญญาณชั่วร้ายในนรก ขึ้นมาอาละวาด นั่นล่ะครับ

แต่ถ้าเป็นสมมุติฐานสมัยใหม่ ก็จะบอกว่า มันจะทำให้เกิดการเผ่าเหล่าในสิ่งมีชีวิตที่กลายพันธุ์ง่ายๆ เช่น ไวรัส เป็นต้น

ถ้าไม่มีเหตุการณ์ทางโหราศาสตร์มากขนาดนี้ ผมไม่พยากรณ์อย่างที่พยากรณ์ออกมาหรอกครับ ไม่ว่าจะเกิดสุริยคราส หรือมีดาวหางมาใกล้โลก อย่างใดอย่างหนึ่ง ผมก็ไม่พยากรณ์อย่างนั้นครับ (แต่ที่ผ่านมา เห็นหมอดูบางคน พอเจอเหตุการณ์สุริยคราสอีก หรือ มีเหตุการณ์ดาวหางอื่นเข้ามาอีก ก็พยากรณ์กันใหญ่โต บางคนถึงกับแอบมาถามผมหลังไมค์ด้วยซ้ำไป เพื่อเช็คชัวร์ ก่อนที่จะออกไปโพนทะนาบนโซเชียลมีเดีย แต่พอผมบอกว่า ไม่มีอะไร ก็เลยหยุดไป)

แต่ถ้าถามว่า มันเพิ่งจะเกิดการกลายพันธุ์ในวันนั้นจริงหรือเปล่า ก็ต้องบอกว่า จริงๆแล้วผมก็ไม่ทราบข้อมูลที่แน่นอนได้ ก็ต้องรอตามผลการสอบสวน (ซึ่งปัจจุบันก็ยังสับสนกันอยู่ มีหลากหลายสมมติฐานหลากหลายทฤษฎีมาก) เพราะมันอาจจะก่อตัวก่อนวันนั้น เนื่องจากดาวหางดวงนี้ เข้ามาในระบบสุริยจักรวาลตั้งแต่ปี พศ๒๕๖๑ แล้ว เพียงแต่วันนั้น มันทำให้เกิด Outbreak หรือการระบาด ซึ่งอาจเกิดจากการตัดสินใจของใครบางคน ลงมือทำ หรือ อาจเกิดจากความประมาทพลาดพลั้งของใครหรือไม่ ก็ได้

ขออธิบายเหตุการณ์นั้น แค่ตรงนี้ เนื่องจากต้องการอธิบายว่า ทำไมวันจันทร์ดับ จึงต้องระมัดระวัง แม้ว่าจันทร์ดับจะมีทุกเดือน อาจดูไม่น่ากลัว เพราะแต่ละเดือน ก็ไม่ได้เกิดเหตุการณ์อะไรที่รุนแรงเสมอ แต่เพราะวันจันทร์ดับ เป็นเหมือน “สะเก็ดไฟ” มันจะเป็นตัว “จุดชนวน” ให้สถานการณ์ต่างๆลุกลามได้ หากมี “เชื้อไฟ” หรือมี “ปัจจัย” รออยู่พร้อม ก็อาจทำให้สถานการณ์ที่มีความใหญ่โตได้

จริงๆแล้ว ปรากฏการณ์อื่นทางโหราศาสตร์ ก็มี ที่อาจทำให้เกิดเหตุร้ายในวันอื่น โดยเฉพาะกับดวงของแต่ละบุคคล แต่เมื่อจะตักเตือนกันในภาพรวม ก็ต้องใช้วิธีนี้

และโบราณาจารย์ในอดีต มาแต่ก่อนพุทธกาล จึงมักให้วันจันทร์ดับเป็นวันที่ไปสวดมนต์ไหว้พระ หรือในสมัยพุทธกาล ก็เป็นวันฟังธรรม (ถ้าเป็นพระก็ลงปาฏิโมกข์) ทั้งนี้ก็เพื่อเคลียร์สถานการณ์ ไม่ให้มีเชื้อไฟ หรือ ปัจจัย ที่จะทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โต ซึ่งโดยพื้นฐาน ก็คือ ความขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้ง นั่นล่ะครับ


ลุงพุฒ

ผู้บริหาร ในบริษัท IT ที่พลิกผันชีวิตมาเป็นหมอดู หันหลังให้กับการทำงานเป็นลูกจ้าง เลือกใช้ความรู้ความสามารถที่ตนเองมี สร้างความสำเร็จให้กับชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัว ให้กับทุกๆคน