ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตกวาระ ๓

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตกวาระ ๓

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตกวาระ ๓

ดีที่สภาเปิดสมัยประชุมวิสามัญในวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๔ ซึ่งเป็นวันที่เคยเขียนไว้ตั้งแต่ปีก่อน ว่าโลกจะเริ่มขยับได้ หลังจากที่ติดหล่มความไม่แน่นอน เสถียรภาพดูสั่นคลอน มานานหลายปี จากมุมมองของโหราศาสตร์ ที่ดวงดาวบนท้องฟ้า ต้องอิทธิพลของดาว พฤหัสบดี, เสาร์, ราหู, พลูโต ทำให้บรรยากาศทั่วไปของโลก ตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย

.

วันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๔ เป็นวันแรกที่โลกจะเริ่มเคลื่อนออกจากความไร้เสถียรภาพ กลับคืนเข้าสู่ภาวะปกติ
.
แม้ว่าบางท่านอาจมองว่า ไบเดน จะเขย่าโลกให้เข้าสู่ภาวะ ก่อสงครามโลกครั้งที่ ๓ แต่ผมกลับมีมุมมองทางโหราศาสตร์ ในทิศทางตรงกันข้าม ซึ่งอาจมิใช่เพราะไบเดนจะเป็นผู้ชี้นำไปในแนวทางนั้น แต่อาจเป็นเพราะ ตัวสถานการณ์เอง อาจชี้นำให้ ไบเดน ต้องไปในทิศทางนั้น เพราะไม่เหลือทางเลือกอื่น ก็อาจเป็นได้
.
ดีที่ประเทศไทย เปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนั้น และผลของการโหวต ก็ชัดเจน ว่าเราก็จบปัญหา เรื่องความไม่แน่นอนของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นฉบับที่นักการเมืองกลัวที่สุด เพราะหากนักการเมืองคนใด ถูกจับได้ว่าโกง คดีความดังกล่าว ไม่มีกำหนดสิ้นสุดอายุความ (ในทางปฏิบัติ) คือ ไม่สามารถหนีออกไปนอกประเทศ รอจนอายุความสิ้นสุด แล้วกลับมาใหม่ เสวยสุขบนกองเงินกองทองในแผ่นดินไทย ด้วยการใช้เงินที่ตนเองโกงมาจากแผ่นดิน
.
เท่านี้ ผมก็ดีใจแล้ว
.

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตกวาระ ๓

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตกวาระ ๓

.
แม้ว่าในอนาคต อาจมีความพยายามอีก แต่ก็ต้องผ่านด่านแรกคือ การทำประชามติ เพื่อขอสิทธิ์และอำนาจ ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จากประชาชนผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ ซึ่งในกรณีเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย และมันทำให้ ยาก ที่จะมีการปฏิวัติรัฐประหารในประเทศไทยอีก (นอกเหนือจาก การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของกองทัพ กองกำลังทั้งหมด ซึ่งเป็นทหารรักษาพระองค์ ถูกปรับโครงสร้างไปแล้ว ดังนั้น นายทหารคนใด คิดจะปฏิวัติรัฐประหารอีก ต้องคิดให้หนัก หนักมากๆด้วย มันไมใช่แค่เรื่อง จปร.จะตกลงกันเอง หรือ ข่มเชิงกันเอง อย่างแต่ก่อนแล้ว)
แม้ว่าในอนาคต อาจมีความพยายามอีก แต่ก็ต้องผ่านด่านแรกคือ การทำประชามติ เพื่อขอสิทธิ์และอำนาจ ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จากประชาชนผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ ซึ่งในกรณีเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย และมันทำให้ ยาก ที่จะมีการปฏิวัติรัฐประหารในประเทศไทยอีก (นอกเหนือจาก การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของกองทัพ กองกำลังทั้งหมด ซึ่งเป็นทหารรักษาพระองค์ ถูกปรับโครงสร้างไปแล้ว ดังนั้น นายทหารคนใด คิดจะปฏิวัติรัฐประหารอีก ต้องคิดให้หนัก หนักมากๆด้วย มันไมใช่แค่เรื่อง จปร.จะตกลงกันเอง หรือ ข่มเชิงกันเอง อย่างแต่ก่อนแล้ว)
.
สองสิ่งนี้ เป็นการสถาปนาความมั่นคงแห่งรัฐ ที่ดีอย่างยิ่งยวด ด้านหนึ่ง ประชาชนจะทำหน้าที่ปกปักรักษารัฐธรรมนูญ แต่อีกด้านหนึ่ง ทหาร จะทำปฏิวัติรัฐประหาร ไม่ได้อีกแล้ว
.
หากใครจำได้ ในช่วงที่มีเหตุการณ์ กปปส. ช่วงที่โดนระเบิดกันเยอะๆ ช่วงที่ลุงกำนันสุเทพ พาเดินทั่วกรุงเทพฯ ผมเคยเขียนเอาไว้ ก่อนเกิดเหตุการณ์ ทหารเอารถสิงห์ทะเลทราย (รถติดตั้งปืนกล ซึ่งในตะวันออกกลาง เรียกกันว่า รถเทคนิคคัล แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว เพราะในตะวันออกกลาง เอารถกระบะยี่ห้อโตโยต้าไปติดตั้งปืนกล แต่ของเรา เป็นรถสำหรับภารกิจทางทหาร ไม่ใช่รถโตโยต้าแต่อย่างใด)
.
ผมเขียนเอาไว้ว่า “จะเกิดปฏิวัติรัฐประหารครั้งสุดท้าย” และหลังจากนั้น เราจะสถาปนาระบอบการเมืองที่เข้มแข็ง
.
ซึ่งในตอนนั้น โดยส่วนตัวของผม ผมเองก็ไม่ทราบว่า จะออกมาในรูปแบบไหน แต่เมื่อมาถึงวันนี้ เห็นสภาพการณ์และสถานการณ์ต่างๆ ผมเห็นในสิ่งที่ยืนยันในคำพยากรณ์ของผมแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ มีการปล่อยข่าวเรื่องการปฏิวัติ และผมบอกกับทุกคนที่แอบมาถามผมหลังไมค์ ผมบอกว่า “ไม่มี” ส่วนหนึ่งก็มาจาก เพราะเคยพยากรณ์ไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว อีกส่วน เพราะเห็นปัจจัย ที่ไม่เอื้อให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารอีก แต่ในวันนี้ ผมเห็นว่า มีองค์ประกอบพร้อมมูล ที่จะไม่เกิดการปฏิวัติรัฐประหารอีกต่อไป
.
จริงๆแล้ว ก็มีองค์ประกอบอีกประการหนึ่ง ที่จะช่วยทำให้ เราเลี่ยงการปฏิวัติรัฐประหาร ก็คือ การที่เราทราบว่า นักการเมือง จะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีกันบ้าง ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชนทั้งหลาย มีส่วนในการควบคุมพฤติกรรมของนักการเมือง อันจะทำให้ประชาชนไม่เกิดความรู้สึกอึดอัด เมื่อนักการเมืองถือสิทธิ์ “เล่นการเมืองในสภา” โดยไม่นำพาต่อความรู้สึกของประชาชนอีก
.
ตอนนี้ ที่เหลือ แม้จะไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุด แต่ก็ยังสำคัญมาก นั่นคือ กฎหมายว่าด้วยการลงประชามติ ที่ คสช. และ สนช. ไม่ได้ทำเอาไว้ (มีแต่กฎหมายว่าด้วยการทำประชาพิจารณ์ ที่ได้ทำเสร็จไว้ก่อนแล้ว) ถ้าหากร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมาดี การเมืองการปกครองในประเทศไทย จะได้เข้มแข็งเต็มที่ และพร้อมที่จะเป็น N.1 ของอาเซียน เราจะเป็นจ่าฝูงของอาเซียอย่างแท้จริง ด้วยความมั่นคงสูงสุด
.
เหลือเรื่องนี้ครับ ที่รอดู
.
หมายเหตุ ภาพประกอบแรก จากเพจ ส.ว.สมชาย แสวงการ
.
.

ลุงพุฒ

ผู้บริหาร ในบริษัท IT ที่พลิกผันชีวิตมาเป็นหมอดู หันหลังให้กับการทำงานเป็นลูกจ้าง เลือกใช้ความรู้ความสามารถที่ตนเองมี สร้างความสำเร็จให้กับชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัว ให้กับทุกๆคน