เมื่อวานนี้ ลุงพุฒ ได้เขียนเรื่อง จันทร์ดับ โดยได้เขียนบอกไว้ส่วนหนึ่งว่า ในพื้นดวงเดิมหรือชะตากำเนิด ใครมีจุดจันทร์ดับอยู่ในดวงแล้วล่ะก็ ก็จะมีปัญหาในเรื่องของ ครอบครัว ที่จะหาความอบอุ่นไม่ได้ เพราะมีแต่การทะเลาะเบาะแว้ง การวิวาทไม่สิ้นสุด ลุงพุฒก็ไม่ได้เจาะลงไปลึกนึก ก็คิดว่า วันนี้น่าจะเขียนให้จบครบถ้วนกระบวนความดีกว่า เอาแบบเจาะลึกถึงกระบวนการทำงานของจิตใจกันเลยก็แล้วกันนะครับ

ครอบครัว

ครอบครัว

https://business.facebook.com/100044172499222/posts/351854159630331/

อะไรๆก็จิตใจ

ก่อนอื่น เกี่ยวกับเรื่อง ครอบครัว ลุงพุฒก็ขอออกความเห็นไว้อีกอย่างหนึ่งนะครับว่า ลุงพุฒก็เคยพยายามศึกษาทางด้านจิตวิทยามาบ้าง ซึ่งเป็นตำราตะวันตก เพื่อจะดูว่า จะสามารถปรับใช้องค์ความรู้ของศาสตร์ของตะวันตกด้านหนี้ กับวิชาโหราศาสตร์ที่ลุงพุฒมี จะได้หรือไม่ ก็พบว่า ทฤษฎีทางด้านจิตวิทยาของตะวันตก ดูจะหยาบๆไปหน่อย ไม่ค่อยละเอียดอ่อนละมุนละไมอย่างภูมิปัญญาตะวันออก ทั้งๆที่เห็นๆอยู่ว่า วิชาโหราศาสตร์ไทยประยุกต์ที่ลุงพุฒมีนั้น ด้านนามธรรม มันคือเรื่องของจิตใจของแต่ละคนล้วนๆ

ครอบครัว จิตใจ

ครอบครัว จิตใจ

เรื่องของจิตใจ ตะวันออกเก่งกว่าตะวันตก

มีคุณหมอท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นจิตแพทย์เคยบอกลุงพุฒไว้ว่า เรื่องของจิตทางตะวันตกนั้น ไม่ละเอียดไม่ลึกซึ้งเท่าพระพุทธศาสนาเลย และเคยมีการประยุกต์นำเอา การเจริญสติปัฎฐานด้วยการดูจิต (ที่เป็นการดูจิตจริงๆ ไม่ใช่ไปคิดเรื่องจิต) ไปใช้กับผู้ป่วยทางจิต (จำไม่ได้ว่าเรียกว่าอะไร จะเรียกว่า จิตเวช หรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจ เพราะคุยไว้เกิน ๑๐ ปี แล้วครับ) แล้วพบว่า สามารถลดการใช้ยาได้

จิตใจมุ่งร้าย - ครอบครัว

จิตใจมุ่งร้าย

ซึ่งลุงพุฒก็เข้าใจได้ เพราะความทุกข์ใจของคนเรา ส่วนใหญ่เกิดจากการคิด ยิ่งหากเราหลงเข้าไปอยู่ในโลกของความคิด หรือที่เรียกว่า อินอยู่ในความคิด แล้วความคิดนั้นคิดแต่เรื่องที่ทำให้เครียดหรือเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจ ความทุกข์ใจก็จะยิ่งเกิดขึ้น และสะสมเป็นตะกอนนอนก้นอยู่ในจิตใจ ก็จะยิ่งสร้างโครงสร้างของความซึมเศร้าให้กับจิตใจ (ด้วยการทำเป็นประจำ หรือ อาจิณกรรม) ก็จะทำให้ ทั้งชีวิตในโลกนี้และโลกหน้า มีแต่ความเศร้าความทุกข์ (เพราะความคิดของตัวเอง) และที่สุด ก็นำไปสู่การทำร้ายผู้อื่น ทำร้ายตนเอง ใช้ยาเสพติดชนิดต่างๆ หรือ ฆ่าตัวตายได้

เพียงรู้สึกตัวให้เป็น ก็หลุดออกจากทุกข์ชั่วคราว

วิธีการที่ง่ายกว่า (แต่ฝึกแรกๆฝึกยาก) คือ สังเกตเห็นว่าตนเองกำลังจมลงไปกับความคิด ถ้าเฉลียวใจเห็น ว่าตนเองกำลังรู้เรื่องที่คิด ลืมกายลืมใจไป โดยที่ไม่จำเป็นต้องดึงความคิดกลับมา แค่เฉลียวใจเห็น เราจะพบว่า จิตใจของเราก็จะหลุดออกจากโลกของความคิดในทันที จิตใจจะกลับมารู้กายรู้ความรู้สึก (แทนที่จะรู้เรื่องที่คิด แล้วจมไปกับความรู้สึก) แล้วเราก็จะพบว่า ร่างกายกำลังอยู่เฉยๆ นิ่งๆ ในขณะที่เมื่อตะกี้นี้ เราไม่รู้เลยว่า ร่างกายกำลังนั่งหรือกำลังนอน อยู่ในลักษณะใด

เหม่อลอย - ครอบครัว

เหม่อลอย

การหลุดออกมาอย่างนั้นได้ เกิดจากการเฉลียวใจเห็นความหลง เห็นความลืมกายลืมใจ เห็นการหลงไปคิด หรือ เห็นว่าจิตนั้นกำลังรู้เรื่องที่คิด (ก็เลยลืมไปว่ามีร่างกาย ลืมไปเลยว่ามีความรู้สึกในจิตใจ ทั้งๆที่กำลังปรากฎอยู่) การที่เห็นอย่างนั้น จะทำให้จิตเกิดความรู้สึกตัวขึ้นมา

รู้สึกตัวแล้ว ก็แล้วกันไป เดี๋ยวก็เกิดขึ้นได้ใหม่อีก

ถ้าใครฝึกอย่างนี้ได้นะครับ ก็เป็นการฝึกดูจิตขั้นต้นได้แล้ว โดยที่ไม่ต้องใช้การคิดถึงการดูจิต (ถ้าคิดถึงการดูจิต ก็ผิดอีกเช่นกัน) แต่เห็นจิตที่เป็นไปในขณะปัจจุบันด้วยเวลาเพียงชั่วขณะแว้บเดียวนั่นเอง แว้บเดียวนั้นล่ะที่เป็น ความรู้สึกตัว แล้วก็อย่าไปอยากรู้ให้ชัดๆจนกระทั่งย้อนไปทำใหม่ ด้วยหวังจะให้ได้เห็นอีก จะไม่เห็นนะครับ เพราะเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น ดับไปหมดแล้ว การไปย้อนทำใหม่ หรือการไปควานหา เพื่อที่จะเห็นอีก ไม่ได้อะไร นอกจากจะ เสียเวลา เสียพลังงาน แล้ว ยังเป็นการทำให้จิตเหน็ดเหนื่อย จิตต้องทำงานหนัก โดยที่ไม่ได้เป็นการดูจิตอีก (เพราะกำลังใช้จิตทำงานในควานหา หรือ จำลองเหตุการณ์ขึ้นมาใหม่) ไม่ได้อะไร พลาดท่าเสียที และเป็นความโง่ของจิต ที่หลงคิดว่า จิตเองจะสามารถสร้างสภาวะแห่งการรู้สึกตัวนั้นขึ้นได้เองใหม่ มันทำไม่ได้หรอก บางท่านถึงกับกลายเป็นการเพ่งหรือประคอง

รู้สึกตัว - ครอบครัว

รู้สึกตัว

บางท่าน จิตอาจทำอย่างนั้น เพราะกลัวสูญเสียความรู้นี้ไป ก็ขอบอกว่า ไม่ต้องกลัวหรอกครับ เพราะอาการหลงคิด หรือ หลงไปอยู่ในโลกแห่งความคิดนั้นน่ะ มันไม่ได้เลิกไปง่ายๆหรอกครับ หรือเอาเข้าจริง อาการที่จิตหลงอารมณ์นั้นน่ะ กว่าจะหายไปได้จริงๆ ก็เป็นพระอนาคามีเป็นอย่างน้อยน่ะครับ ดังนั้น ไม่ต้องกลัวว่าความรู้จะหายไป เพราะเดี๋ยวจิตก็หลงไปอีกล่ะ (แต่ถ้าจิตจะทำ ก็ห้ามไม่ได้นะครับ เพียงแต่คราวนี้ เราก็ต้องรู้ว่า จิตหลงไปทำ ไม่ใช่หลงในโลกแห่งความคิด จิตหลงไปทำเพราะมีตัณหาอีกตัวหนึ่งเป็นแรงผลักดัน ก็คือ ความอยากได้ความรู้ ความอยากได้ปัญญา ความอยากได้ความหลุดพ้น ตัวนี้เป็นตัณหา ไม่ใช่ฉันทะครับ)

ฝากไว้ในยามที่โควิด ๑๙ กำลังสร้างความเครียดความวิตกกังวล

เรื่องดูจิตก็เอาแค่นี้ก่อนครับ ถ้าอยากศึกษามากกว่านี้ ศึกษาจากครูบาอาจารย์ฝ่ายวิปัสสนาของลุงพุฒดีกว่าครับ เข้าไปดูได้ที่นี่นะครับ ธรรมะเพื่อความพ้นทุกข์ https://www.dhamma.com/ ซึ่งมีช่องยูทูบอยู่ที่นี่ครับ Dhamma.com https://www.youtube.com/dhammadotcom

ครอบครัว กับ จิตใจ

ที่ลุงพุฒวกเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องของจิตก่อน ก็เพราะ เรื่องราวในครอบครัวนั้น เป็นเรื่องที่ต้องมีองค์ประกอบของจิตใจอย่างน้อย ๒ ดวง ที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง ด้วยความผูกพันธ์ (และตามมาด้วยความอยาก อยากให้อีกฝ่ายเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อยากให้อีกฝ่ายทำอย่างนั้นอย่างนี้ ฯลฯ.) ซึ่งเรื่องแบบนี้ อย่าบอกเลยครับว่า ไม่มี เพียงแต่ว่าในแต่ละคน แต่ละครอบครัว ก็มีแตกต่างกันออกไป ซึ่งก็คงจะจาระไนไม่หวาดไม่ไหว แต่ลุงพุฒจะบอกว่า นี่คือ ความต้องการพื้นฐานที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังความต้องการที่จะเป็นครอบครัว

ครอบครัวสุขสันต์ - ครอบครัว

ครอบครัวสุขสันต์

เพราะอะไร ก็เพราะ ความต้องการที่จะมาเป็นครอบครัว คือ ความต้องการที่จะครอบครองอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งการครอบครองอีกฝ่ายหนึ่งก็คือ การต้องการมีอำนาจเหนืออีกฝ่ายหนึ่ง และความต้องการที่จะมีอำนาจเหนืออีกฝ่ายหนึ่ง จึงตามมาด้วยพฤติกรรมที่ต้องการให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นไปตามความต้องการของตนเอง

ในแต่ละครอบครัว จึงสะท้อนออกมาในลักษณะบางอย่าง บางครอบครัวก็สะท้อนออกมาในลักษณะ ต้องแต่งตัวเหมือนกันหมดทั้งครอบครัว โดยคิดไปว่า เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกัน และคนที่มองเห็นจากภายนอกเข้ามา (คือคนนอกครอบครัว) ก็คิดว่า น่ารักดี แต่เบื่องหลังก็คือ ทุกคนในครอบครัวต้องแต่งตัวตามที่ฉันคิดไว้

แต่งกายด้วยเอกลักษณ์ - ครอบครัว

แต่งกายด้วยเอกลักษณ์

บางครอบครัวก็แสดงออกในลักษณะอื่น แต่เบื้องหลังความคิด ก็คือการแสดงให้เห็นถึงอำนาจที่ปกครองหรือควบคุมคนภายในครอบครัวไว้ ซึ่งหากรู้ไม่เท่าทันจิตใจของตนเองในประการนี้ วันหนึ่งเมื่อลูก (ไม่ว่าชายหรือหญิง) เติบโตเข้าสู่วัยรุ่น ก็จะเกิดปัญหาทันที เพราะเด็กจะเริ่มต่อต้านในสิ่งที่เคยถูกตีกรอบไว้ แล้วหากพ่อแม่ปรับตัวไม่ทัน จะเกิดความขัดแย้งระหว่างพ่อแม่กับเด็ก แล้วกลายไปเป็น “ช่องว่าง” ที่จะพัฒนาไปเป็น “กำแพง” ต่อไป ซึ่งในเรื่องนี้ พ่อแม่ที่บุตรหลานในช่วงประถมศึกษาปีที่ ๕ จนถึง มัธยมศึกษาตอนต้น ต้องระวัง และหากระมัดระวังไว้ได้ดี มัธยมศึกษาตอนปลายก็ไม่เป็นปัญหาประการใด แต่ถ้าทำไว้ไม่ได้ มัธยมศึกษาตอนปลาย ก็ยิ่งปวดศีรษะหนักเข้าไปอีก

จิตใจที่มีจุดจันทร์ดับ

ปัญหาในครอบครัวดังกล่าว ในคนที่มีพื้นฐานดีพอประมาณ ในบางช่วงเวลาของชีวิต ก็ยังเกิดวิกฤติกันขึ้นมาได้ แล้วคนที่มีจุดจันทร์ดับในพื้นดวงเดิมล่ะ จะเป็นอย่างไร ก็ต้องมาศึกษาพฤติกรรมของคนที่มีจุดจันทร์ดับในจิตใจกันเสียก่อนนะครับ

จิตใจยุ่งเหยิง ไม่สงบ - ครอบครัว

จิตใจยุ่งเหยิง ไม่สงบ

ธรรมชาติของคนที่พื้นดวงเดิมมีจุดจันทร์ดับนั้น จะมีพฤติกรรมหรือนิสัย อยู่ในความสงบไม่เป็น ตามที่ลุงพุฒเคยอธิบายในตอนก่อน วันจันทร์ดับ https://nakamole.com/blog/y4zt อันเนื่องมาจากจิตใจมีความตึงเครียดอันเกิดจากการที่ปฏิกริยาของพระอาทิตย์กับพระจันทร์ ที่สร้างแรงกดดันหรือมีความเครียดอยู่ตลอดเวลา ก็เมื่อจิตใจนั้นมีความเครียดอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อระบายความเครียดออกมา ดังนั้น พฤติกรรมของผู้ที่จุดจันทร์ดับในพื้นดวงเดิม จึงมีลักษณะ ชอบแหย่คนอื่นในขณะที่อยู่ในความสงบ ยกตัวอย่างเช่น หากในบ้าน มีคนอ่านหนังสืออยู่กันอย่างสงบๆ คนที่มีจุดจันทร์ดับในพื้นดวงเดิม ก็จะหาทางแหย่ให้ตกใจ ถ้าทำให้คนอื่นตกใจได้ โลกเปลี่ยนจากความสงบ มาเป็นความวุ่นวาย ก็จะเกิดความสุข หรือความสนุก หัวเราะสนุกสนานกันไป ทำนองนี้ โดยที่ไม่รู้เลยว่า การทำอะไรในทำนองนี้ มันจะก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมา เพราะการกระทำอย่างนี้ มันจะไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่มันจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันเป็นพฤติกรรม

เมื่อผู้มีจุดจันทร์ดับในดวง มีครอบครัว

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ เมื่อเกิดขึ้นเป็นประจำ จากที่สนุกในครั้งแรกๆ ก็กลายเป็นการสร้างความรำคาญระหว่างกัน ตามมาด้วยการสร้างช่องว่างระหว่างกัน การลดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน เมื่อเกิดช่องว่างระหว่างกัน ก็จะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันเพราะลดการมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ความขัดแย้งก็ตามมา ซึ่งกระบวนการนี้อาจใช้เวลายาวนานหลายปี แต่ก็หลายปีนั่นก็ทำให้เด็กตัวเล็กเติบโตมาเป็นวัยรุ่น ซึ่งปัญหานี้ก็จะไปรวมกับปัญหาที่เด็กวัยรุ่นจะมี ก็จะทำให้เกิดการบาดหมางระหว่างพี่น้องได้ แล้วในที่สุด เมื่อแต่ละคนไปมีครอบครัว ก็ทำให้พี่น้องห่างเหินกันไป

จิตใจที่มีแต่ความหงุดหงิดขัดแย้ง - ครอบครัว

จิตใจที่มีแต่ความหงุดหงิดขัดแย้ง

แต่คนที่มีจุดจันทร์ดับในพื้นดวงเดิมของตนเอง เมื่อมีประสบการณ์ชีวิตอย่างนี้ แล้วไปมีครอบครัวของตนเอง ก็จะเกิดกระบวนการอย่างนี้ในสภาวะแวดล้อมใหม่ ซึ่งปกติก็มีอยู่แล้ว ก็คือ ความไม่เข้าใจกันระหว่างวิธีคิดของผู้ชาย กับวิธีคิดของผู้หญิง ตามมาด้วยการอ่านภาษากายที่ผิด ก็ยิ่งเร่งทำให้เกิดกระบวนตามอย่างย่อหน้าก่อนหน้านี้ แล้วก็กลายมาเป็นความแตกแยก เลิกร้าง ในที่สุด

และที่มันน่าแปลกใจก็คือ คนที่มีจุดจันทร์ดับในพื้นดวงเดิม ก็มักจะมาเกิดในครอบครัวที่มีพ่อและแม่ที่มีปัญหาอย่างนี้อยู่แล้วด้วย (เพราะ พระอาทิตย์ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะ ผู้ชาย หรือ สามี ที่ลุงพุฒเคยเขียนไว้ในบทความก่อน แต่ยังหมายถึง พ่อ และ พระจันทร์ หมายถึง แม่ ด้วย) ทำให้คนที่มีจุดจันทร์ดับในพื้นดวงเดิม มักเกิดมาในครอบครัวที่แตกแยกด้วย จึงเกิดทฤษฎี “ห้ามพ่อแม่ทะเลาะกันให้ลูกเห็น” เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในโลกตะวันตก และรวมถึงโลกตะวันออกด้วย ซึ่งฟังแล้วดูดี แต่การปกปิดมิให้ลูกเห็นเรื่องนี้เสียเลย กลับทำให้ลูกเรียนรู้โลกที่ผิดไปจากความจริงไปอีก คือ ขาดทักษะของการจัดการความขัดแย้ง ทำให้ เมื่อต้องพบกับชีวิตจริง กลับไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร (อันเป็นการตอบสนองสถานการณ์ด้วยสัญชาติญาณที่ถูกขับด้วยอารมณ์)

การแก้ไข

ตลอดระยะเวลาที่ลุงพุฒเป็นหมอดู (ทั้งที่เป็นแบบสมัครเล่น และเป็นอาชีพจริงจัง) มาหลายสิบปี เจอปัญหาอย่างนี้เยอะครับ เพราะมีคนที่คลอดในวันที่เป็นวันจันทร์ดับอยู่ไม่น้อย เนื่องจากวันจันทร์ดับนั้นมีทุกเดือนอยู่แล้ว ดังนั้น ก็มีประสบการณ์เรื่องการแก้ไขนี้มานับไม่ถ้วนเช่นกัน และแต่ละกรณี ก็ใช้เวลามากน้อยต่างกัน

การแก้ไข - ครอบครัว

การแก้ไข

วิธีการแก้ไข มีได้ ๒ อย่าง ก็คือ

๑ หัดเจริญสติ รู้สึกตัว ให้ได้ในชีวิตประจำวัน วิธีนี้ ดีที่สุด ไม่เสียเงิน แต่ก็ใช้เวลา และใช้ได้กับผู้ที่มีบารมีที่สะสมมาพอตัว จำได้ว่า มีคนหนึ่ง เมื่อสิบกว่าปีก่อน บอกว่า เธอ (ซึ่งคิดว่าเป็นคนดีเหลือเกิน ไม่เคยว่าร้ายใคร) มารู้สึกตัวครั้งแรก ในขณะที่เธอกำลังด่ากราดคนอื่น เธอเห็นร่างกายขยับ ปากกำลังขยับ กำลังด่าคนอื่นอยู่ เธอบอกว่า เธออายมาก เธอบอกว่าเธอไม่เคยรู้เลยว่าเธอเป็นคนที่มีปกติทำอย่างนั้น (ที่เธอไม่รู้ก็เพราะ ในขณะที่เธอกำลังด่าคนอื่นอยู่นั้น เธอกำลังหลงหรือจมอยู่ในโลกของความคิด เธอไม่รู้เลยว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ ก็เลยทำให้เธอไม่เห็นพฤติกรรมของตนเอง)

๒ เปลี่ยนธาตุเปลี่ยนดวง หาดวงใหม่ให้ ที่ไม่มีจุดจันทร์ดับ (ปกติ ลุงพุฒ ก็หาให้ดีกว่าแค่ไม่มีจุดจันทร์ดับ แต่ต้องให้ตำแหน่งพระอาทิตย์และพระจันทร์ เป็นคุณแก่เจ้าชะตา เพื่อให้มีความสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี อยู่ร่วมในครอบครัวได้อย่างดี จะได้มีครอบครัวเป็นที่พักใจ เหนื่อยจากการต่อสู้ฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคแล้ว ก็กลับมาพักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัว ตรงนี้เป็นเบสิคที่ลุงพุฒต้องวางดวงไว้ให้)

Energized Running - ครอบครัว

Energized Running

วิธีการที่ ๒ นี้ ให้ผลเร็ว ไม่กี่วันก็เห็นผล (บางท่าน เห็นผลทันทีหลังการเปลี่ยนธาตุเปลี่ยนดวง) แล้วที่ขำๆก็คือ บางท่านเห็นการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างนี้ ก็ไม่พูดอะไรเลย มีรายหนึ่ง เป็นนักวิจัยระดับแนวหน้าของประเทศ มีปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งคนอื่นๆอาจจะมองว่า เป็นเพราะฝ่ายหญิงนั้นทำงานเก่งกว่าฝ่ายชาย ทำให้เกิดปัญหาภายในครอบครัว แต่ลุงพุฒเห็นจากดวงของเธอแล้ว รู้เลยว่าไม่ใช่ แต่เกิดจากในดวงมีจุดจันทร์ดับในพื้นดวงเดิมนี่ล่ะ (และถ้าให้นักจิตวิทยาวิเคราะห์ อาจมองว่า เพราะเป็นลูกคนเดียว ก็ได้ อันนี้ลุงพุฒเดาเอา นะครับ)

จริงๆในการเปลี่ยนธาตุเปลี่ยนดวง ของเจ้าชะตารายนี้ ไม่ได้แก้ไขเฉพาะเรื่องในครอบครัวเท่านั้น แต่ยังทำให้การงานของเธอ สะดวก ราบรื่น ปัญหาอุปสรรคมีน้อย และถ้ามี ก็สามารถจัดการได้โดยง่าย รวมทั้งทำให้ได้ทุนวิจัยจากต่างประเทศได้ง่ายๆด้วย (ไม่ค่อยสนับสนุนให้ใช้ทุนวิจัยจากในประเทศ เพราะมันมีจำกัด เมื่อมีความสามารถแล้ว ก็เอาทุนวิจัยมาจากต่างประเทศดีกว่า เพราะอย่างน้อย ผลงานก็ยังเป็นคนไทยอยู่ด้วย ไม่ได้ยกให้เขาไปทั้งหมดหรอก) เพราะเอาเข้าจริงเจ้าชะตารายนี้ ก็ยังมีปัญหาเรื่องมักถูกหักหลังจากนักวิจัยด้วยกันด้วย ซึ่งลุงพุฒก็ต้องไปแก้ไขในจุดอื่นของดวงอีก ก็ทำไปพร้อมๆกันครับ

ลุงพุฒ
บ้านหมอดูวัชรพล https://nakamole.com/
แฟนเฟจ บ้านหมอดูวัชรพล https://www.facebook.com/nakamole/
๑๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๔

สนใจดูดวง, ทำเทียนบูชาพระพุทธเจ้า, เปลี่ยนธาตุเปลี่ยนดวง,
หาฤกษ์คลอด, ฤกษ์แต่งงาน, ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่, ฤกษ์ทั่วไป,
ฤกษ์ออกรถ, เลขทะเบียนรถ
มีรายละเอียด ค่าครู อยู่ที่นี่ https://nakamole.com/#price
เว็บแอพ พระเจ้าตา https://nakamole.com/prajaota/

 

 


ลุงพุฒ

ผู้บริหาร ในบริษัท IT ที่พลิกผันชีวิตมาเป็นหมอดู หันหลังให้กับการทำงานเป็นลูกจ้าง เลือกใช้ความรู้ความสามารถที่ตนเองมี สร้างความสำเร็จให้กับชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัว ให้กับทุกๆคน